93 คำถาม ไขข้อข้องใจ

1.
ถาม 
 ออกนอกระบบคืออะไร
ตอบ 
 การเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นส่วนราชการ ไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เมื่อให้ตอบสนองต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการแข่งขัน
 

 

2.
ถาม
 มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐคืออะไร
ตอบ
 มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และมิใช่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ บริหารโดยถือปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยเอง มีความคล่องตัว มีอำนาจในการตัดสินใจ
 

 

3.
ถาม
 ใครเป็นผู้มีอำนาจออกข้อบังคับมหาวิทยาลัย
ตอบ
 สภามหาวิทยาลัย โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย โดยมีการระดมความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับบริบทของมหาวิทยาลัย
 

 

4.
ถาม
 มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแตกต่างอย่างไรกับส่วนราชการ
ตอบ
 ส่วนราชการต้องปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของราชการเป็นหลัก แต่มหาวิทยาลัยในกำกับปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยของตนเองเป็นหลัก และใช้ธรรมาธิบาลเป็นแนวทาง
 

 

5.
ถาม
 ทำไม ต้องตราพระราชบัญญัติเพื่อเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ
ตอบ
 พรบ.แม่โจ้ ฉบับปัจจุบันกำหนดโครงสร้างการบริหารงานแบบส่วนราชการไม่สอดคล้องกับการบริหารมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จึงต้องร่างพรบ.ฉบับใหม่ที่กำหนดรูปแบบการบริหารให้ทุกเรื่องจบที่สภามหาวิทยาลัย
 

 

6.
ถาม
 แม่โจ้จะออกไปเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบแบบเดียวกับมหาวิทยาลัยเอกชนใช่หรือไม่
ตอบ
 ไม่ใช่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้นอกระบบยังเป็นหน่วยงานของรัฐไม่ใช่มหาวิทยาลัยเอกชน มีการอุดหนุนงบประมาณจากรัฐบาลเช่นเดิม
 

 

7
ถาม
 แล้วทำไมจึงเรียกว่านอกระบบ
ตอบ
 เป็นการเรียกกันต่อๆ มาซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิด จริงๆ คือนอกระบบราชการ ที่ถูกควรเรียกว่ามหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล ส่วนสาเหตุที่ต้องออกนอกระบบนั้นเพราะต้องการให้มหาวิทยาลัยสามารถมีอิสระในการพัฒนาระบบการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับกิจการของมหาวิทยาลัย
 

 

8.
ถาม
 พอเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับแล้วรัฐบาลจะไม่ให้เงินช่วยเหลือ (งบประมาณ) ใช่หรือไม่
ตอบ
 ไม่จริง รัฐบาลยังให้เงินช่วยเหลือเหมือนเดิมทุกอย่าง ทั้งเงินเดือนอาจารย์ เจ้าหน้าที่ เงินค่าวัสดุ ครุภัณฑ์ ค่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง รวมถึงสวัสดิการต่างๆ ของพนักงานมหาวิทยาลัย
 

 

9.
ถาม
 เมื่อรัฐบาลยังต้องให้เงินประมาณแก่มหาวิทยาลัย ยังต้องใช้ระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
ตอบ
 รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้เป็นแบบเงินอุดหนุน มหาวิทยาลัยมีอิสระในการบริหารงบประมาณมากกว่าส่วนราชการ ที่สำคัญเงินเหลือสามารถเก็บสะสมได้
 

 

10.
ถาม
 รายได้ของมหาวิทยาลัยมาจากแหล่งใดบ้าง
ตอบ
 มาจาก 4 แหล่ง คือ เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ รายได้จากการดำเนินงาน รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย การวิจัย การบริการวิชาการ และเงินบริจาค
 

 

11.
ถาม
 ถ้ารายได้ของมหาวิทยาลังไม่พอ จะทำอย่างไร
ตอบ
 มหาวิทยาลัยขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือได้ ตามความจำเป็นและเพียงพอ โดยระบุไว้ในกฎหมาย
 

 

12.
ถาม
 แต่ได้ข่าวว่าแม่โจ้ต้องเอาเงินค่าหน่วยกิตนักศึกษามาจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการเพิ่มขึ้น
ตอบ
 ไม่จริงเช่นกัน เงินเดือนของข้าราชการอาจารย์จะเพิ่มขึ้น ของข้าราชการที่เป็นเจ้าหน้าที่จะเพิ่มขึ้น ประมาณ 1.4 เท่า และสวัสดิการอีก 0.2 เท่า รัฐบาลออกให้ทั้งหมด
 

 

13.
ถาม
 เมื่อออกนอกระบบแล้ว แม่โจ้จะขึ้นค่าหน่วยกิตหรือไม่
ตอบ
 การกำหนดอัตราค่าหน่วยกิตเป็นอำนาจของมหาวิทยาลัย เหมือนกันทั้งที่เป็นส่วนราชการและมหาวิทยาลัยในกำกับค่าหน่วยกิตไม่เกี่ยวกับการออกนอกระบบ การจะขึ้นค่าหน่วยกิตหรือไม่ มหาวิทยาลัยก็ดูต้นทุนหรือสิ่งที่จัดให้กับการศึกษา ถ้ายังจัดให้แบบเดิมก็ไม่มีสิทธิที่จะขึ้นค่าหน่วยกิต
 

 

14.
ถาม
 ยังมีทุนให้นักศึกษาที่ยากจนหรือไม่
ตอบ
 ยังมีทุนให้นักศึกษายากจนเหมือนเดิม และตาม พรบ. ยังกำหนดไว้ชัดเจนให้มหาวิทยาลัย ต้องจัดการช่วยเหลือผู้ยากจนอย่างแท้จริง
 

 

15.
ถาม
 ตอนนี้ร่าง พรบ. แม่โจ้ ถึงไหนแล้ว
ตอบ
 ชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา ประมาณ 70%
 

 

16.
ถาม
 กรรมาธิการของสภานิติบัญญัติที่พัฒนาร่างกฎหมาย แม่โจ้ มีใครบ้าง
ตอบ
 สมาชิก สนช. 10-15 คน 1. อธิการบดี 2. ประธานสภาคณาจารย์ 3. ตัวแทนสกอ. 4. ตัวแทนกฤษฎีกา และทีมงาน เช่น รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี
17.
ถาม 
 กระบวนการต่อไปของร่างกฎหมาย แม่โจ้ จะเป็นอย่างไร
ตอบ 
 ผ่านกฤษฎีกาก็จะเข้าครม. แล้วเข้าสภานิติบัญญัติ
 

 

18.
ถาม
 คาดว่าร่างกฎหมายจะผ่านสภานิติบัญญัติได้เมื่อไหร่
ตอบ
 น่าจะปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า
 

 

19.
ถาม 
 ถ้ารัฐบาลยุบสภา พรบ.แม่โจ้ ตกไปหรือไม่
ตอบ 
 ตกไป แต่ถ้ารัฐบาลใหม่ยืนยัน ร่างพรบ.แม่โจ้ จะเดินหน้าต่อไป
 

 

20.
ถาม
 เมื่อร่าง พรบ. แม่โจ้ ผ่านสภาแล้วข้าราชการทุกคนจะต้องเปลี่ยนสภาพเป็นพนักงานหรือไม่
ตอบ 
 ไม่จำเป็น ให้สมัครใจใครจะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือไม่ก็ได้ แต่บังคับเฉพาะอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการวิทยาเขต/วิทยาลัย รองผู้อำนวยการ
 

 

21.
ถาม
 แต่ได้ข่าวว่าอธิการบดีต้องออกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยเลยทันที
ตอบ
 ใช่ กฎหมายบังคับว่าอธิการบดีต้องเป็นข้าราชการคนแรกที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยภายใน 30 วัน นับตั้งแต่กฎหมายประกาศใช้
 

 

22.
ถาม
 แล้วผู้บริหารคนอื่นๆ หล่ะ
ตอบ
 กฎหมายอนุญาตให้ผู้บริหารคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคณบดี สามารถดำรงตำแหน่งไปจนครบวาระ แต่ถ้าจะเป็นใหม่หรือขึ้นวาระใหม่ต้องเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยเท่านั้น
 

 

23.
ถาม
 ข้าราชการที่เปลี่ยนไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยต้องประเมินหรือไม่
ตอบ
 มีสามช่วง ช่วงแรกเปลี่ยนภายในหนึ่งปี ไม่ต้องประเมินเข้า เปลี่ยนภายใน 5 ปี ต้องประเมินเข้า ถ้าเกินกว่านี้ มหาวิทยาลัยจะพิจารณาถึงความจำเป็นและความต้องการของมหาวิทยาลัยและต้องประเมินเข้า
 

 

24.
ถาม
 ข้าราชการที่เปลี่ยนไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยได้สิทธิอะไรบ้าง
ตอบ
 ตามร่าง พรบ.แม่โจ้ ได้สิทธิดังนี้
1.
เป็นข้าราชการบำนาญ และรับสิทธิเช่นเดียวกับข้าราชการ
2.
เข้าร่วมสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
3.
ได้รับเงินชดเชยไม่เกิน 10 เท่าของเงินเดือนเมื่อเกษียณอายุราชการ
4.
ได้เงินเดือน ค่าตอบแทน มากขึ้นกว่าเดิม
5.
ไม่ต้องเข้าประกันสังคม เว้นแต่สมัครใจ แต่สิทธิในการรักษาพยาบาลของข้าราชการบำนาญจะดีกว่า ผู้ประกันตน
 

 

25.
ถาม
 ถ้าเปลี่ยนเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว จะยังคงเป็นสมาชิก กบข. ได้หรือไม่ และผลจะเป็นอย่างไร
ตอบ
 เป็นสมาชิก กบข. ต่อไปได้ แต่ยังไม่ได้บำนาญ แต่ได้นับอายุราชการต่อ และจะได้รับบำนาญเมื่อเกษียณ
 

 

26.
ถาม
 ถ้าเป็น กบข. ต่อ เบิกสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่
ตอบ
 ได้เสมือนเป็นข้าราชการบำนาญ ได้สิทธิเช่นเดิม
 

 

27.
ถาม
 ถ้าไม่ได้เข้าประกันสังคม จะใช้สิทธิอะไรในเรื่องการรักษาพยาบาล
ตอบ
 สิทธิข้าราชการบำนาญ แต่ถ้าต้องการเป็นประกันสังคม ก็สมัครเข้าได้โดยสมัครใจ
 

 

28.
ถาม
 เงินเดือนของอาจารย์ที่เปลี่ยนสถานภาพจากข้าราชการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยจะเป็นอย่างไร
ตอบ
 ได้เพิ่มขึ้นอีก 40% จากเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่เปลี่ยนสถานภาพ เช่น เงินเดือน 50,000 บาท ก็ได้เพิ่ม 20,000 ก็จะได้รวม 70,000 บาท
 

 

29.
ถาม
 นอกจากเงินเดือนแล้วได้ข่าวว่าอาจารย์จะได้บำนาญอีกทันทีด้วย
ตอบ
 ใช่ครับ อายุราชการ 10 ปีขึ้นไปได้บำนาญตามสิทธิ ตัวอย่างเช่น ถ้าใครรับราชการมา 25 ปี ก็จะได้รับเงินบำนาญอีกครึ่งหนึ่งของเงินเดือน
เช่น เงินเดือน 50,000 บาท บำนาญก็คือ 25,000 บาท เพราะฉะนั้นเมื่อรวมกับเงินเดือนตามข้อ 30 ก็จะได้ 100,000 บาท
 

 

30.
ถาม
 บำนาญจะได้ ½ ของเงินเดือนทุกคนหรือเปล่า
ตอบ
 เปล่าครับ ขึ้นกับว่ารับราชการนานเท่าไหร่ คนที่จะได้บำนาญครึ่งหนึ่งจะต้องรับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี
 

 

31.
ถาม
 แล้วจะรู้ว่าได้อย่างไร ว่าจะได้บำนาญเท่าไหร่
ตอบ
  สูตรโดยทั่วไปคือ (เงินเดือนเดือนสุดท้าย ×อายุราชการ)/50
 

 

32.
ถาม
 ถ้าออกจาก กบข. จะคำนวณเงินอย่างไร
ตอบ
 โดยสรุปคือในกรณีที่เลือกจะออกจาก กบข. และรับบำนาญอย่างเดียวก็ใช้สูตรแบบเดียวกับ ข้อ 33 แต่ถ้าจะขอรับทั้งบำนาญและ กบข. ก็ได้ สูตรของการคำนวณคือ
เงินบำนาญ (เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ×อายุราชการ)/50 แต่จะต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
เงิน กบข. ซึ่งจะประกอบด้วยเงินประเดิม เงินชดเชย เงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ ซึ่งหากใครมีใบแจ้งยอด
เงินสมาชิกของ กบข. ให้ดูบรรทัดสุดท้ายของช่องสุดท้ายจะมีตัวเลขยอดนี้อยู่
 

 

33.
ถาม
 เงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนเป็นอย่างไร
ตอบ
 ได้เพิ่มขึ้นอีก 30% จากเงินเดือนเดือนสุดท้าย เช่นเงินเดือน 30,000 บาท ก็จะได้ 39,000 บาท
 

 

34.
ถาม
 ออกจากราชการแล้ว ยังรักษาพยาบาลตัวเอง/พ่อ แม่/ลูกได้เหมือนเดิมมั้ย
ตอบ
 เหมือนเดิมครับ ใช้สิทธิในฐานะข้าราชการบำนาญ
 

 

35.
ถาม
 แล้วถ้ารับบำนาญแล้วมหาวิทยาลัยจัดระบบประกันอะไรให้มั้ย
ตอบ
 มีครับ เราจะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ และอนาคตจะมีการดูแลเรื่องประกันสุขภาพหมู่
 

 

36.
ถาม
 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่แม่โจ้จัดตั้งขึ้นเป็นไงบ้าง
ตอบ
 หักจากเงินเดือนพนักงาน 3 % มหาวิทยาลัยหักสมทบ 3 %  โดยมอบให้ผู้บริหารกองทุนที่เป็นบริษัทบริหาร ในอนาคตมีโอกาสที่จะเพิ่มได้ไม่เกิน 15%
 

 

37.
ถาม
 มหาวิทยาลัยจะประกันสุขภาพให้ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพแบบเดียวกับพนักงานมหาวิทยาลัยก่อนหน้านี้มั้ย
ตอบ
 ไม่ครับ เพราะเราสามารถรักษาพยาบาลได้อยู่แล้วในฐานะข้าราชการบำนาญ
38.
ถาม
 เงินค่าตอบแทนตำแหน่งชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ ยังมีหรือไม่
ตอบ
 มีครับ
 

 

39.
ถาม
 จะได้ passport น้ำเงินหรือไม่
ตอบ
 ได้เหมือนเดิม เพราะพนักงานมหาวิทยาลัยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีสิทธิ
 

 

40.
ถาม
 ใช้ตัวเองไปประกันคนอื่นเหมือนข้าราชการได้มั้ย
ตอบ
 ได้เหมือนเดิม
 

 

41.
ถาม
 ต้องทำสัญญาเป็นช่วงๆ แบบเดียวกับพนักงานมหาวิทยาลัยก่อนหน้านี้หรือไม่
ตอบ
 ใครที่เปลี่ยนสถานภาพภายใน 1 ปีไม่ต้องครับ มหาวิทยาลัยจะขอสภามหาวิทยาลัยให้อยู่ได้จนถึงอายุ 60 ปีเลย
 

 

42.
ถาม
 แต่ได้ข่าวว่าจะมีการประเมินด้วย
ตอบ
 จริงครับ แม้จะอยู่ไปถึงอายุ 60 ปี แต่มหาวิทยาลัยก็จะจัดระบบประเมินทุกๆ 5 ปี เพื่อดูว่าผู้ที่เปลี่ยนสถานสภาพแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
 

 

43.
ถาม
 ออกนอกระบบแล้ว จะโดนกลั่นแกล้งมั้ย
ตอบ
 ไม่มีครับ แม่โจ้ ไม่ยอมให้ใครแกล้งใคร และยังมีระบบอุทธรณ์และร้องทุกข์ ที่พิจารณาโดยคณะกรรมการอุทธรณ์ร้องทุกข์ประจำ มหาวิทยาลัยที่มีอิสระและเป็นกลางด้วย
 

 

44.
ถาม
 ภาระงานเป็นอย่างไร
ตอบ
 ก็เป็นไปตามหลักการที่วางไว้ คือ อย่างน้อยต้องสอน และต้องมีงานวิจัย การบริการวิชาการ และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
 

 

45.
ถาม
 การขึ้นเงินเดือนเป็นไง
ตอบ
 จะปรับเป็นแบบเดียวกับพนักงานมหาวิทยาลัย คือ ขึ้นเงินเดือนเป็นเปอร์เซ็นต์
 

 

46.
ถาม
 การขอตำแหน่งทางวิชาการ
ตอบ
 จะรวดเร็วขึ้น เพราะเมื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับแล้ว เราสามารถใช้ Reader นอกบัญชีรายชื่อของ สกอ. ได้
 

 

47.
ถาม
 ตำแหน่งศาสตราจารย์ยังโปรดเกล้าได้เหมือนเดิม
ตอบ
 ใช่
 

 

48.
ถาม
 เครื่องราชฯ และสายสะพายเป็นอย่างไร
ตอบ
 สิทธิประโยชน์ในด้านนี้จะลดลง อธิการบดีจะได้เครื่องราชฯ สูงสุดคือสายสะพายสาย 1 อาจารย์ที่เป็นศาสตราจารย์จะได้เครื่องราชสูงสุด
คือสายสะพายสาย 2 จากแต่เดิมที่ข้าราชการตั้งแต่ซี 9 มีสิทธิได้สายสะพายถึงสาย 3 เรื่องนี้ทาง ทปอ. กำลังขอรัฐบาลให้ใช้ระบบเหมือนเดิม ซึ่งแค่เพียงแก้ประกาศสำนักนายก
 

 

49.
ถาม
 ข้าราชการที่ไม่เปลี่ยนสถานภาพ ระบบบริหารบุคคลจะเป็นอย่างไร
ตอบ
 ยังคงใช้ พระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาของสกอ.
 

 

50.
ถาม
 พนักงานมหาวิทยาลัยเดิมจะเป็นอย่างไร
ตอบ
เ หมือนเดิม ไม่ได้รับผลกระทบ แต่จะดีขึ้นในแง่ที่ไม่ต้องถูกมองว่าเป็นบุคลากรชั้น 2 อีกต่อไป แต่จะได้เงินชดเชยไม่เกิน 10 เท่าของเงินเดือน
 

 

51.
ถาม
 ลูกจ้างหล่ะ ได้ข่าวว่าจะเลิกจ้างหมด
ตอบ
 ไม่จริง ทุกคนยังอยู่ในแม่โจ้เหมือนเดิม
 

 

52.
ถาม
 ลูกจ้างประจำของส่วนราชการจะขอเปลี่ยนเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยได้ด้วยหรือไม่
ตอบ
  ได้ครับ แต่สิทธิจะหายไปต้องพิจารณาเป็นรายๆ ครับ
 

 

53.
ถาม
 พนักงานเงินรายได้จะเปลี่ยนไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยด้วยหรือไม่
ตอบ
 เราจะปรับระบบทั้งหมดให้เหมือนกัน เรียกว่าพนักงานมหาวิทยาลัยทั้งหมด แต่รับเงินจากคนละแหล่งรายได้
 

 

54.
ถาม
 พนักงานเงินรายได้เมื่อเปลี่ยนไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยจะได้เงินเดือนเท่ากับพนักงานมหาวิทยาลัยหรือไม่
ตอบ
 จะพยายามทำให้ระบบเหมือนกันทั้งหมด แต่ต้องดูงบประมาณของหน่วยงานทั้งหลายครับ ปัจจุบันก็ได้เท่ากัน
 

 

55.
ถาม
 วาระของอธิการบดีเป็นอย่างไร
ตอบ
4 ปี เหมือนเดิม
 

 

56.
ถาม
 วาระของอธิการบดีนับต่อเนื่องก่อน พรบ. ออกนอกระบบหรือไม่
ตอบ
 นับต่อเนื่องกันครับ ไม่นับใหม่ อธิการบดีอยู่ได้ไม่เกิน 2 วาระ เมื่อครบวาะ อฺการจะเป็นต่ออีกไม่ได้
57.
ถาม
 วาระของคณบดีเป็นอย่างไร
ตอบ
 เหมือนเดิม วาระละ 4 ปี อยู่ได้ 2 สมัยติดกัน
58.
ถาม
 ระบบบริหารบุคคลของมหาวิทยาลัยจะเป็นอย่างไร
ตอบ
 เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย ขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกร่างอยู่ โดยอาจปรับปรุงให้ทันสมัย เช่นเงินเดือนแรกเข้าของแต่ละวิชาชีพอาจไม่เท่ากัน
 

 

59.
ถาม
 พนักงานมหาวิทยาลัย มีตำแหน่งทางวิชาการเหมือนเดิมหรือไม่
ตอบ
 ยังมีตำแหน่ง ศ. รศ. ผศ. และอาจารย์เหมือนเดิม
 

 

60.
ถาม
 ยังใช้ตำแหน่งเป็นคำนำหน้านามได้หรือไม่
ตอบ
 ยังใช้ตำแหน่งทางวิชาการเป็นคำนำหน้านามได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
 

 

61.
ถาม
 พนักงานสายสนับสนุนมีตำแหน่งชำนาญการ เชี่ยวชาญหรือไม่
ตอบ
 ยังมีอยู่ หลักเกณฑ์การแต่งตั้งให้เป็นไปตามข้อบังคับ
 

 

62.
ถาม
 ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นอย่างไร
ตอบ
 ระบบประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งจะขอรับฟังความเห็นของทุกคน
 

 

63.
ถาม
 การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ที่ยังเป็นข้าราชการกับผู้ที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยเหมือนกันหรือไม่
ตอบ
 เหมือนกัน
 

 

64.
ถาม
 ยังมีระบบการลาไปศึกษาต่อภายในประเทศหรือต่างประเทศหรือไม่
ตอบ
 ยังมีอยู่ แต่หลักเกณฑ์ต่าง ๆ เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
 

 

65.
ถาม
 ค่าตอบแทน สวัสดิการ ของพนักงานมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร
ตอบ
 เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย หลักการคือคงเหมือนเดิม
 

 

66.
ถาม
 ในอนาคต แม่โจ้ จะกู้เงินและออกพันธบัตรได้มั้ย
ตอบ
 ได้ครับ แต่ต้องดูว่าจะไปทำอะไร ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีมหาวิทยาลัยไหนออกพันธบัตรหรือกู้เงิน
 

 

67.
ถาม
 งบประมาณที่รัฐบาลจะให้ แม่โจ้ จะเป็นอย่างไร
ตอบ
 เป็นระบบ Block Grant คือ แม่โจ้ จะได้มาเป็นก้อน แล้วสามารถปรับและนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เงินเหลือก็ไม่ต้องคืนรัฐบาล
 

 

68.
ถาม
 จะมีการยุบเลิกคณะ สำนัก สถาบัน ใดหรือไม่
ตอบ
 หน่วยงานทั้งหมดยังเหมือนเดิม เว้นแต่ในอนาคตอาจมีการปรับเปลี่ยนให้มีประสิทธิภาพโดยมติของสภามหาวิทยาลัย
 

 

69.
ถาม
 สำนักบัณฑิต ต้องเปลี่ยนชื่อเป็นเป็นคณะ หรือวิทยาลัยเพื่อให้สอดคล้องกับพรบ.หรือไม่
ตอบ
 ไม่ครับ เพราะกฎหมายสามารถเรียกชื่อเป็นอย่างอื่นได้
 

 

70.
ถาม
 การแต่งตั้ง คณบดีและระบบการสรรหาจะเป็นอย่างไร
ตอบ
 คณบดีได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยเหมือนเดิม อาจจะมีการปรับปรุงข้อบังคับ การสรรหาให้ทันสมัยเหมือนทั่วไป
 

 

71.
ถาม
 คณะกรรมการประจำคณะยังมีอยู่หรือไม่
ตอบ
 มี คณบดีเป็นประธาน
 

 

72.
ถาม
 วาระการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการสำนัก,สถาบันเหมือนเดิมหรือไม่
ตอบ
 เหมือนเดิม
 

 

73.
ถาม
 การสรรหาและการแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนัก/สถาบันเป็นอย่างไร
ตอบ
 โดยหลักคือเหมือนเดิม แต่เท่าที่หารือกับสภามหาวิทยาลัยข้อบังคับเราใช้มานานแล้ว อาจปรับปรุงให้ทันสมัยและดียิ่งขึ้น
 

 

74.
ถาม
 คณะกรรมการประจำสำนัก/สถาบันยังมีอยู่หรือไม่/แตกต่างจากเดิมอย่างไร
ตอบ
 ยังมีอยู่ องค์ประกอบเป็นไปตามข้อบังคับ
 

 

75.
ถาม
 ยังต้องจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่
ตอบ
 มหาวิทยาลัยสามารถต้องออกข้อบังคับว่าด้วยการพัสดุมาใช้เอง โดยอ้างอิงทางราชการ
 

 

76.
ถาม
 คณะที่ยากจนหรือสาขาวิชาที่ไม่คุ้มทุนแต่จำเป็นต่อสังคม จะดำเนินการอย่างไร
ตอบ
 พรบ.กำหนดให้มีกองทุนจัดการศึกษาแก่ผู้ยากจนอย่างแท้จริง
 

 

77.
ถาม
 แม่โจ้ ต้องร่างระเบียบข้อบังคับใหม่ทั้งหมดใช่หรือไม่
ตอบ
 ใช่ครับ
 

 

78.
ถาม
 ระเบียบข้อบังคับใหม่มีอะไรบ้าง
ตอบ
 มีกว่า 40 ฉบับ ที่สำคัญมีเรื่องบริหารบุคคล เรื่องบริหารงบประมาณการเงินทรัพย์สิน เรื่องส่วนงาน การแบ่งส่วนงาน
 

 

79.
ถาม
 ระเบียบข้อบังคับเหล่านี้ต้องทำเสร็จเมื่อไหร่
ตอบ
 ข้อบังคับที่สำคัญ จะเร่งให้เสร็จก่อน พรบ. มีผลใช้บังคับ ตอนนี้ก็ร่างเสร็จไปบางส่วนแล้ว แต่ต้องรอระดมความคิดเห็นด้วย
 

 

80.
ถาม
 ในการยกร่างข้อบังคับ มหาวิทยาลัยจะมีการรับฟังความเห็นหรือจัดประชาพิจารณ์หรือไม่
ตอบ
 ถ้าข้อบังคับนั้นเกี่ยวข้องกับประชาคมกลุ่มใด จะจัดให้ประชาคมกลุ่มนั้นมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างแน่นอน
 

 

81.
ถาม
 แล้วในระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบข้อบังคับใหม่จะทำอย่างไร
ตอบ
 เราก็ใช้ของเดิมไปก่อน ภายใน 3 ปี ต้องทำให้เสร็จ
 

 

82.
ถาม
 องค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยจะเป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ
 มีผู้ทรงคุณวุฒิ 12 คน ผู้บริหาร 4 คณาจารย์ 4 อธิการบดี นายกสภา นายกสมาคม และประธานกรรมการส่งเสริม
 

 

83.
ถาม
 ใครเป็นคนตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ตอบ
 เลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก โดยกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทกรรมการโดยกรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการที่เป็นรองอธิการดี
คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก/สถาบัน ผู้แทนคณาจารย์ และผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัย โดยเสนอชื่อจากหน่วยงานต่างๆ ขึ้นมา
 

 

84.
ถาม
 ใครเป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัย
ตอบ
 อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ได้แก่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่สภาแต่งตั้ง
 

 

85.
ถาม
 ใครเป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัย
ตอบ
 รองอธิการบดี
 

 

86.
ถาม
 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี และมีข้อจำกัดในวาระการดำรงตำแหน่งหรือไม่
ตอบ
 สามปี และไม่จำกัดวาระ
 

 

87.
ถาม
 ศิษย์เก่ามีส่วนร่วมในการบริหารมหาวิทยาลัยอย่างไรบ้าง
ตอบ
 ในสภามหาวิทยาลัยมีนายกสมาคมเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
 

 

88.
ถาม
 คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยยังมีอยู่หรือไม่
ตอบ
 ยังมีอยู่ แต่เรื่ององค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย
 

 

89.
ถาม
 ในร่างมีสภาวิชาการด้วย
ตอบ
 ใช่ครับ ทำหน้าที่ดูแลเรื่องวิชาการของมหาวิทยาลัย แต่เราเรียกชื่อว่ากรรมการนโยบายวิชาการ
 

 

90.
ถาม
 ระบบการสรรหาอธิการบดีเป็นอย่างไร
ตอบ
 ในร่างกฎหมายให้เป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งเป็นระบบผสมผสานระหว่างการให้ประชาคมผ่านหน่วยงานที่ตนเองสังกัดออกเสียงแสดงความเห็น และให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย
 

 

91.
ถาม
 องค์การนักศึกษาและสภานักศึกษายังคงมีอยู่ต่อไป
ตอบ
 ใช่ครับ แต่ไม่ได้เขียนในร่างกฎหมายนะครับ เป็นไปตามข้อบังคับแม่โจ้
 

 

92.
ถาม
 ครุยมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร
ตอบ
 เหมือนเดิมสำหรับนักศึกษา
 

 

93.
ถาม
 ออกนอกระบบแล้วมหาวิทยาแม่โจ้จะเจริญก้าวหน้ากว่าแต่ก่อนหรือไม่
ตอบ
 แน่นอนครับ เมื่อเรามีอิสระมีความคล่องตัวมากขึ้นผู้บริหารมหาวิทยาลัยก็จะใช้โอกาสนี้นำพามหาวิทยาลัยแม่โจ้ไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและสถาพรอย่างแน่นอน